[Fan fiction] Ketakyo Hotman Reborn
Original by Amano Akira
Fan fiction by Brioche
Paring: Hibari Kyouya x Belphegor
Rate: Yaoi (Don’t know now)
Title: Prince’s journal
Attention please!
อา...เปิดฟิคใหม่ก็ต้องมีธรรมเนียมทักทายแบบนี้แหละหนอ ยินดีต้อนรับท่านผู้อ่านสู่โลกสีม่วงใบน้อยของ Brioche ค่า
ห่างหายไปนานเพราะโรงเรียนปิด ข้าน้อยต้องไปใช้กรรมที่ก่อไว้ ตอนนี้ได้ขึ้นสวรรค์แล้วเลยมาแต่งฟิคต่อ ฟิคเรื่องนี้ลงควบคู่ไปกับยามาสึนะภาค 2 นะคะ
ก่อนอื่นต้องมาดูคู่เอก คู่ที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น หนูเบลกับท่านขาฮิบารินั่นเอง
ทำไมต้องฮิบะเบล? ฮิบาริกับเบลเป็นคนที่เหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ (ออกแนวจิตส์ๆเหมือนกัน) เรื่องอื่นตามกันเองในเนื้อเรื่องนะคะ
เรื่องนี้ออกแนวเด็กมีปัญหา ใครไม่โปรดมากก็ข้ามไปดูคู่ใสปิ๊งฝั่งนู้นแล้วกัน มิฉะนั้นอ่านไปก็เครียดเสียเปล่า
ช่วงนี้กำลังติดเล่นโยคะค่ะ กำลังฝึกหนูแฮมที่เลี้ยงไว้ให้เล่นด้วย มันดันเก่งกว่าเรา สามารถม้วนตัวเป็นก้อนกลมได้ ขืนเราทำบ้างกระดูกสันหลังคงเดาะ
ป.ล.วันเสาร์ที่ 27 กับ วันอาทิตย์ที่ 28 ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่เมืองเหนือไปงานการ์ตูนที่พันธ์ทิพย์พลาซ่านะ เราจะไปดูเพื่อนเต้นโคเวอร์
ว่าแต่...บอร์ดนี้มีใครเอาจะเอาโดจินไปขายที่งานนั้นบ้างจะได้ไปช่วยอุดหนุน
Introduction
Prince’s sadness
นกฮูกครวญเพลงเสียงทุ้มต่ำกลมกลืนไปกับเสียงพิณแห่งสายฝน บทเพลงถูกเร่งจังหวะให้เร้าใจยิ่งขึ้นเมื่อปลายสายฟ้าแปลบปลาบกระทบพื้นดิน
หยาดฝนกลั่นตัวจากหมู่เมฆลงมาไม่ขาดสายราวกับบ้าคลั่ง สายลมหวีดหวิวตีกระจก พาความเย็นเยียบมาอาบไล้แผ่นแก้วใสให้เป็นผลึกน้ำแข็ง
เบลมองผ่าม่านเส้นผมสีทองบางๆไปนอกหน้าต่าง เด็กชายกอดหมอนนุ่มไว้แน่น แม้ไม่เห็นแววตา แต่โดยรวมแล้วากัปกิริยาของเจ้าชายน้อยคืออาการเหม่อลอย
เบลชอบเสียงลม เขากำลังมองหาสายลมที่แม้จะเพ่งมองเท่าไรก็ไม่มีวันเห็น รอยยิ้มแย้มกว้างบนเรียวปากบางเพราะเขากำลังสนุกกับการที่ต้องทำเช่นนั้น
แต่ว่าในใจลึกๆนั้นเหน็บหนาวหนักหนา ละอองไอของหยาดพิรุณนั้นช่างหนาวเย็น
เบลเกลียดฝน เพราะฝนเป็นเหมือนเลือดของท้องฟ้า ...เลือด หยาดน้ำสีโกเมนที่ดึงเจ้าชายให้เข้าใกล้กับฝันร้ายในวัยเยาว์ ความรู้สึกที่ราวกับเอาเท้าไปแหย่ใกล้ๆกับบึงไฟนรกอย่างใดอย่างนั้น เปลวไฟวูบวาบลามเลียทุกประสาทรับความรู้สึกให้ทรมาน
เจ้าชายน้อยกระชับก้อนนุ่นในปลอกผ้าไว้แน่น เบลรู้สึกเบาใจขึ้นนิดหน่อยเมื่อยังรับรู้ถึงน้ำหนักของมงกุฎทองคำอันน้อยบนเรือนผมสีรวงข้าวสุก ตอนนี้เขายังเป็นเจ้าชาย
...เป็นเจ้าชายน้อยของพ่อกับแม่
...เจ้าชายของพี่ชาย...
หลักฐานที่ว่าพวกเขายังอยู่ในใจของเบลยังอยู่
...
สควอโล่มองเด็กชายข้างตัวไม่วางตา เจ้ายน้อยที่เขาแอบเอ็นดูเหมือนลูกชายกำลังมีบรรยากาศหงอยๆอยูรอบกาย
“เบล...นายเป็นอะไรน่ะ” เสียงทุ้มนุ่มร้องทัก
เจ้าชายน้อยคร้านจะตอบคำถาม
“เอ๋! สควอโล่ยังไม่เข้านอนอีกหรือ นี่ก็ดึกแล้วน้า~” เสียงใสเฉไปเรื่องอื่น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นของที่ฉลามคลั่งถืออยู่
“ฉันสิควรถามนาย เฮ้!ยิ้มอะไรน่ะ” สควอโล่โวยวายเมื่อเห็นรอยยิ้มพรายบนใบหน้าของเบล
“อ๋อ! สควอโล่มารอบอสนี่เอง เตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ในเลยหรือ?” เบลกระเซ้าคนน่าแกล้งอย่างสนุกสนาน นี่เป็นอีกกิจกรรมโปรดของเจ้าชายเลยล่ะ การที่ได้มองคนถูกแกล้งหน้าแดงซ่านซ่อนผ้าขนหนูเนื้อนุ่มเป็นพัลวันนี่มันมีความสุขจะตายไป
“ถ้านายยังแซวฉันได้อยู่แสดงว่าไม่เป็นอะไรมากแล้ว ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจอะไรบอกฉันได้นะ” สควอโล่รีบผลุนผลันออกไปเมื่อได้ยินเสียงประตูหน้าเปิดออก แต่พ่อฉลามก็ไม่ลืมที่จะลูบศีรษะเจ้าชายน้อยอย่างเอ็นดู พร้อมทั้งกำชับให้รีบเข้านอน
...
...ดูมีความสุขจังเลย...
ภาพสควอโล่กำลังเช็ดผมเปียกๆของแซนซัสพลางบ่นเป็นหมีกินผึ้งเรื่องที่เจ้านายลืมเอาร่มไปทำงานด้วย ขณะที่แซนซัสรวบเอวบางของนักดาบหนุ่มแล้วประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างโหยหา ดูเหมือนสควอโล่จะไม่ขัดขืนเท่าใดนัก ท่อนแขนเรียวรั้งคอร่างสูงลงมาเพื่อจะได้จูบตอบอย่างถนัด
แซนซัสหอมแก้มภรรยา?ฟอดใหญ่ ก่อนจะโดนสควอโล่ทั้งผลักทั้งดันให้รีบไปอาบน้ำ
…
คู่ข้าวใหม่ปลามันนี่น่าหมั่นไส้เสียจริง
คนลอบมองอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินจากไปในทางเดินอันมืดมิด
ความมืดช่างเหมือนกับความเศร้าที่กลืนกินจิตใจ
แต่ความมืดยังคงปกปักษ์กายมิให้ศัตรูร้ายมองเห็น
ผิดกับความเศร้าที่ต้องปิดมันไว้อย่าให้ใครได้เห็นเด็ดขาด
ความเศร้าไม่เคยปกป้องเรา ใยเราจึงจ้องรักษามันไว้ด้วย
...
Chapter II
Prince’s dream
บรรดาตุ๊กตาไส้นุ่นที่ถูกเย็บเป็นรูปสัตว์นานาชนิด ฝีเย็บแบบโบราณไปกันได้ดีกับกระดุมไม้ลงรักสีดำวาววับ แสงสลัวจากโคมไฟสะท้อนบนพื้นผิวมันวาวเกิดเป็นประกายแสงคล้ายว่าเจ้าสัตว์หน้าตาจิ้มลิ้มเหล่านั้นกำลังมองตามทุกฝีก้าว
เจ้าชายน้อยในชุดนอนแขนยาวตัวโคร่งสีดำสนิทตัดกับผิวขาวสีน้ำนม มือเล็กบรรจงถอดมงกุฏทองคำวางไว้บนศีรษะปอนๆของตุ๊กตากระต่ายตัดเย็บด้วยมือ ความเก่าแก่ของมันเห็นจากผ้าขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจาง ลูกตาหลุดลุ่ยบิดเบี้ยวของมันแลดูเศร้าสร้อยระคนปวดร้าว
“ฝันดีนะ...” เบลจุมพิตที่หน้าผากมนๆของตุ๊กตากระต่าย กลิ่นที่แสนคุ้นเคยอวลอยู่รอบกาย กลิ่นของพี่ชาย ตัวแทนของพี่ชาย...
เตียงนุ่ม อบอุ่น แต่แสนเหน็บหนาวสำหรับเจ้าชายไร้บัลลังก์อย่างเบลเฟกอร์ เจ้าชายน้อยกระชับผ้าห่มแน่น เจ้าชายไม่อยากนอนหลับเลย
ถ้าเพียงเขาไม่ใช่มนุษย์ ถ้าเพียงเขาไร้ชีวิจิตวิญญาณ
หากแม้เป็นได้ดั่งตุ๊กตา
ฝันร้ายนั้นคงไม่มีวันมาเยือน
...
“ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย...” น้ำเสียงใสปานกังสดาลแก้ว กรีดกริ่งลิ่วล้อลมรำเพยในสวนสวย สองเจ้าชายน้อยเผื่อแผ่คำอธิษฐานถึงพระเป็นเจ้าให้กับทุกๆคน ไม่ว่าเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ทหารในสนามรบ แม้กระทั่งกระต่ายสีขาวขนปุยที่กระโดดเริงเล่นไปมาอย่างร่าเริง
“ขอให้ข้าพระองค์ได้อยู่ร่วมกับผู้คนอันเป็นที่รักของข้าพระองค์ตลอดไป อาเมน...” ประโยคแสนไพเราะเอ่ยถ้อยวจีนี้ด้วยความเคร่งขรึมที่เจืออยู่ในน้ำเสียงของเด็กชายฝาแฝด เทวดาน้อยทั้งสองยิ้มให้แก่กัน
เพียงแต่รอยยิ้มกว้างแห่งความสุขของเจ้าชายผู้น้องบิดเบี้ยวไป...
เด็กชายกำลังครุ่นคิด...
อะไรหนอคือความรัก และบุคคลที่เขารักคือใคร
เรื่องนี้เพียงเอ่ยถามพี่ชายผู้เป็นปราชญ์ พี่ชายย่องแถลงไขถึงพระบิดา และพระมารดา
พี่ชายมีความสุขตรงไหนกันนะที่จะอยู่กับผู้ที่หันหน้าให้แก่หน้าที่ และไม่มีวันจะเหลียวหลังมามองพวกเรา
เจ้าชายรู้จักคำว่าพระบิดา และพระมารดา แต่ไม่เคยได้รับรู้ถึงคำว่าพ่อกับแม่เลย...
เบลกำลังอธิษฐานใหม่ในใจ
...
ข้าแต่พระบิดา พระเจ้าผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง
ข้าและเขาต่างเป็นลูกแกะในทุ่งหญ้าของพระองค์
เพียงแต่ข้าจดจำเขาได้ในบรรดาแกะขาวที่พระองค์ทรงสร้างไว้มากมาย
เพราะเขาเป็นเพียงกระจกเงาบานเดียวที่สะท้อนภาพแกะดำอย่างข้าให้กลายเป็นลุกแกะสีขาวได้
อยาก...ข้าอยากเหลือเกินที่จะเป็นลูกแกะสีขาวพิสุทธิ์อย่างเขาบ้าง
อา...พี่ชายข้า ข้าอยากจะอยู่กับเขาตลอดไป
ขอแกะขาวตัวนั้นดำรงอยู่กับข้าพระองค์ตลอดไป ขอหยาดหยดแห่งชีวาชโลมกายข้าให้เป็นสีขาวดุจเดียวกับเขา
ขอพระองค์ทรงโปรดให้ข้าได้กระทำการนั้นด้วยเถิด...
...
ยามโลหิตแกะขาวหลั่งไหลอาบกายา ทำให้เจ้าชายน้อยรู้ว่า
เขาได้อยู่ในความมืดดำยิ่งกว่าเดิม พร้อมๆกับการหายไปลูกแกะสีขาวที่เขารักที่สุด
แกะดำเอย... จะสังเวยเจ้าด้วยโลหิตแกะขาวสักกี่ร้อยพัน มิมีวันเปลี่ยนผันตัวเจ้าเองได้
แกะดำเอย... แม้จะย้อมด้วยสีแดงฉานนั่นสักเท่าใด ไม่มีวันที่จะทำให้สีดำได้ซีดจาง
...
อุ่นจังเลย
ในคืนเหน็บหนาวยังมีความอบอุ่นแนบทับสัมผัส
มือน้อยของเจ้าชายถูกกอบกุมด้วยคนที่รักและเอ็นดูเขา
หน้าผากเนียนถูกทาบทับจากตนที่เขาเชิดชู
“แซนซัส...สควอโล่” เจ้าชายน้อยฝืนฉีกรอยยิ้มกว้าง ตรงข้ามกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างที่ฉายแววอ่อนล้า
ดวงตาคู่งามสีฟ้าใส ตัวแทนของเลือดขัตติยาที่จะติดตัวเขาชั่ววันตาย
ดวงตาคู่ที่เหมือนพี่ชาย
ตราบาปที่เบลไม่อยากให้ใครเห็น
“อย่าฝืนยิ้มเลยน่า” สควอโล่จิ้มนิ้วที่เป็นจักรกลบนแก้มนุ่มของเจ้าชายน้อย แม้เหล็กกล้าเย็นเยียบในถุงมือหนังยังทำให้เบลรับรู้ถึงความอบอุ่นของคนข้างตัว นั่นทำให้เขาเก็บรอยยิ้มไว้ไม่ลง
“ทำไมฉันต้องมาปลอบเด็กนอนฝันร้ายอย่างนายทุกคืนด้วย” แซนซัสบ่น แต่มือใหญ่ลูบเรือนผมนุ่มอย่างเอ็นดู
เจ้าชายมองพ่อแม่ประหลาดๆของตน ความอบอุ่นนี้ซึมซาบสู่หัวใจเด็กน้อยผู้ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร
เพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้นที่เป็นครอบครัวที่แท้จริง
...
แซนซัสกับสควอโล่ได้แต่คิด ขอสักวันที่ความรักและเอ็นดูที่เขามีให้เจ้าชายน้อยจะละลายผลึกน้ำแข็งที่ก่อตัวในหัวใจ
ถึงแม้จะรู้ว่าดวงใจของเด็กน้อยเป็นน้ำแข็งที่เย็นตัวอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้ผิวหน้าที่ควรเป็นระนาบเรียบกลับบิดเบี้ยวไป สะท้อนให้รอยยิ้มของเบลดูไม่เหมือนรอยยิ้มของวัยบริสุทธิ์เท่าใดนัก
แต่อย่างไร เบลก็คือเบล ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่าให้เบลเป็นอย่างที่เบลอยากจะเป็น หรือได้ทำอย่างที่ต้องการจะทำ
ขอวิงวอนต่อเบื้องบนเพียงว่า ได้โปรดส่งใครสักคนมาช่วยเด็กน้อยน่ารักคนนี้ให้พ้นจากการตามล่าของภูตผีแห่งความฝันทีเถิด
...
Chapter III
Price’s wind
เบลทานอาหารเช้าพร้อมกับแจกรอยยิ้มให้ทุกคนเป็นปกติ เด็กชายหัวเราะในลำคอแบบที่คนอื่นฟังแล้วรู้สึกสยองเป็นกำลัง
เจ้าชายกำลังอยู่ในอารมณ์อยากเชือด งานอดิเรกของเจ้าชายคือการลอบสังหาร
สควอโล่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังออกอาการ คุณมาม้ารีบยื่นรูปของเหยื่อให้เจ้าชายน้อยไปทำงาน
น่าเสียดายที่มีเหยื่อแค่รายเดียว รายนี้คงโชคร้ายหน่อย เพราะเบลกำลังอยากทรมานคน
...
สายัณห์ตะวันคล้อย ท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงฉาบด้วยสีแดงฉานดุจระบายผ้าขาวด้วยโลหิต เจ้าชายน้อยลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามาในสวนหลังตึกใหญ่ อาณาจกรส่วนตัวของเบล และสถานที่อันเป็นเกียรติแก่ศพทั้งหลาย
เจ้าชายน้อยมองหาหลุมที่ขุดเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าก่อนจะโยนกระเป๋าเดินทางลงไป กระเป๋าเดินทางที่เป็นต่างโลกศพของชายในรูปถ่ายเมื่อเช้า
เบลฝังกลบหลุมที่ขุดใต้ต้นซากุระต้นใหญ่โล้นใบดอกที่ท่านรุ่นที่หนึ่งให้นำมาจากญี่ปุ่นเพื่อประดับสวนนี้ ลำต้นสีดำทะมึนดูน่าเกรงขามเพราะดูดกินวิญญาณของซากศพเบื้องล่าง
เจ้าชายน้อยมองหลุมศพที่เพิ่งฝักกลบใหม่ด้วยอาการแน่นิ่ง
...
พี่ฮะ ที่ที่พี่หลับอยู่หนาวไหมฮะ
มีใครเอาดอกไม้ไปให้พี่บ้างหรือเปล่า
รู้อะไรไหม? ที่นี่นะ คนที่นอนอย่จะได้เห็นดอกไม้ปีละครั้ง
สักวัน ถ้าผมกลับไปหาพี่ได้ ผมจะเอาดอกไม้ไปให้พี่นะฮะ ดอกกุหลาบสีแดงที่พี่ชอบ สีแดงเหมือนเลือดของพี่ไง
ถ้าถึงวันนั้นผมจะเป็นดอกไม้ให้พี่ตลอดไปนะฮะ
...
แทนพันธะสัญญา เจ้าชายน้อยหยิบมีดเล่มที่สะอาดออกมา คมมีดเฉือนผ่านผิวขาวลงลึกถึงเส้นเลือดดำ ด้วยความแม่นยำของเบล รอยแผลใหมความยาวเท่ารอยแผลเป็นเดิมไม่มีผิดเพี้ยน โลหิตสีแดงสดไหลลงสู่พื้นดิน
ผมให้พี่ได้แค่นี้นะฮะ
ตราบใดที่ทั้งโลกนี้แผ่นดินยังเชื่อมเป็นผืนเดียว สัญญาของผมพี่คงรับรู้
เบลฉีกแขนเสื้อเป็นเส้นยาวก่อนที่จะผูกด้วยมือข้างที่เหลือกับปากที่งับปลายเชือกอีกด้าน แล้วผูกเงื่อนขันเชนาะอย่างชำนิชำนาญ
ไม่เคย...ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดสักครั้ง หากแต่ร่างกายโงนเงนนั้นล้มลงนอนแนบพื้นดิน
...
มาอิตาลีน่าเบื่อกว่าที่คิด
ฮิบาริตีหน้าขมึงทึงอย่างไม่สบอามรมณ์จนคนที่อยู่ข้างๆอย่างดีโน่ถึงกับผวา ดวงตาคมกวาดมองอบๆสวนสวยอย่างเบื่อๆ
มาไกลถึงนี่แท้ๆ แต่ยังมาเจอซากุระ ไม่น่ามาตามคำชวนของไอ้เบื๊อกนี่เลย
กึก...
ฮิบาริสะดุดสายตากับเงาตะคุ่มๆใต้ต้นซากุระต้นใหญ่ ร่างของใครสักคนนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวนี้พวกมาเฟียเขาเอาศพเหยื่อมาทิ้งไว้ประดับสวนหรือนี่
กรรมการรักษากฏแห่งโรงเรียนมัธยมนามิโมริสะกิดคุณครูพิเศษของตนให้มองไปที่ตรงนั้น ดีโน่แทบจะผวาวิ่งหนี นั่นคือผีใต้ต้นซากุระอย่านั้นหรือ แต่ถึงอย่างไรอาจารย์สุดเป๋อก็เจอลูกศิษย์สุดโหดลากให้ไปพิสูจน์
...
นี่มันเด็กของสควอโล่ไม่ใช่รึ
ดีโน่มองอย่างตกตะลึง พอๆกับฮิบาริที่เจอคูแค้นเก่ามาตอนตายตรงหน้า
“ยังไม่ตายนี่นา” ดีโน่ร้องขึ้น เมื่อเห็นไหล่บางเคลื่อนตามจังหวะหายใจเบาๆ
“ดี งั้นปล่อยไว้นี่แหละ ฉันง่วงแล้ว” ดูเหมือนฮิบาริยังเคืองเจ้าชายจอมกวนไม่หาย เด็กหนุ่มปรายตามองศตรูเก่าที่ไม่เหลือเค้าของรอยยิ้มแสยะบนใบหน้า ริมฝีปากบางซีดเซียว
เจ้าหมอนี่มันเก่งขนาดนั้น แล้วทำไมมานอนหมดท่าอยู่ตรงนี้
สายคาคมกริบไล่เจอสาเหตุ แผลที่เลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว แต่กองเลือดเป็นวงโตปรากฏบนพื้นดิน
“ต้องโทรบอกแซนซัสกับสควอโล่แล้ว” ดีโน่เริ่มลนลาน ชายหนุ่มสะดุดรางไม้เข้าจังเบ้อเร่อ
“ขืนนายโทรตามหมอนี่ได้ตายจริงๆพอดี รีบเอาตัวไปรักษาก่อนดีกว่า” ฮิบาริพยุงร่างปวกเปียกบนพื้น ร่างสูงโปร่งน้ำหนักเบากว่าที่คิด
...
บรรดาหน่วยพยาบาลของคาบัคโรเนมิลี่กลับไปกันหมดแล้ว
ร่างบางบนเตียงนอนหลับด้วยฤทธิ์ยา ริมฝีปากเริ่มมีสีเลือดขึ้นบ้างแล้ว แม้ผิวหน้าขาวจัดตามแบบคนเมืองหนาวจะดูซีดเซียว
“ฉันไปจัดการธุระเรื่องเบลก่อนะ ถ้านายง่วงก็ไปนอนได้แล้ว ห้องของนายอยู่ชั้นบน” ดีโน่พูด ก่อนจะเดินออกไป
เมื่อสิ้นเสียงประตูที่ปิดลงแล้ว ฮิบาริมองเจ้าชายนักฆ่าที่เขาเพิ่งแบกมาเมื่อครู่
คนเรานี่ก็มีอะไรแปลกๆมากเหมือนกัน อย่างเจ้านี่ ไม่มีใครทำอะไรตัวเองได้ ดันมาเชือดข้อมือตัวเองเล่นเสียอย่างนั้น
แต่เท่าที่ไดนั่งฟังภูมิหลังของหมอนี่ เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ
มือเรียวยกเอามงกุฏทองคำบางๆออกจาเรือนผมนุ่ม ผมที่ปรกหน้าปรกตาเป็นสิ่งที่เจ้าชายใช้ปิดกั้นจิตใจจากโลกภายนอก
คนๆนี้ไม่อยากมองโลกชัดๆหรือไง
ฮิบาริมองคนที่เป็นรุ่นพี่เขาไปปีนึง แต่ไอ้นิสัยเด็กๆแบบนี้ทำให้ยากจะชื่อเรื่องอายุจริง
เป็นเด็กที่ประหลาดชะมัด...
ฮิบารินึกเทียบจิตใจของเบลกับผืนน้ำ เรื่องบางเรื่องในอดีตคงเป็นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลน้ำไปเรื่อยๆ ทำให้ผืนน้ำราบเรียบกระเพื่อมไหวสะท้อนเรื่องราวบนผืนโลกให้บิดเบี้ยว
เขาถูกชะตากับเจ้าหมอนี่ ถึงแม้ก่อนนั้นจะไม่ชอบขี้หน้า
ฮิบาริกำลังจะปลีกตัวเดินออกไป สัมผัสหนึ่งติดที่มือ
“พี่ฮะ!” เสียงใสครางเป็นภาษาที่เขาไม่เข้าใจ เด็กหนุ่มผมดำพอจะเดาได้ว่าร่างนั้นกำลังร้องเรียกใครสักคน
แต่แล้วฮิบาริก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อแรงบีบจะมือเรียวนั้นแรงขึ้น พอๆกับเล็บที่จิดเข้าไปในเนื้อ
...มันแกล้งหลับหรือเปล่านี่...
ฮิบาริแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นรอยยิ้มฉีกกว้างอย่างสะใจ เด็กหนุ่มกำลังจะลงทอนฟาใส่เป้าหมายที่ทำร้ายเขาก่อน
ท่านผู้คุมระเบียบสุดโหดกลับชะงักกึก เมื่อเห็นน้ำใสไหลอาบแก้มขาว ทั้งๆที่ยังยิ้มอยู่แท้ๆ
ฮิบาริปล่อยทอนฟาลง เขายื่นมือไปทาบหน้าผากของเจ้าชาย ฮิบาริพอจะเข้าใจว่าทำไมเจ้าฉลามจอมโวยวายนั่นถึงเอ็นดูหมอนี่นัก
ใจเย็นๆหน่อย พ่ออัจฉริยะ
...
อืม...รู้สึกดีจังเลย
เจ้าชายครางพลางยิ้มกว้างทั้งที่ยังหลับอยู่
สควอโล่กับแซนซัสมานอนเป็นเพื่อนอีกแล้วหรือ เบลปรือตามองลอดม่านผมเบาบาง
ข้อมือของมือที่ทาบหน้าผากตนอยู่เล็กเกินกว่าที่จะเป็นข้อมือของบอส สัมผัสเบาเกินไป ไม่ใช่สควอโล่ ที่แน่ไม่ใช่แมมม่อนด้วย
ใครกัน?
เบลถอยกรูด ก่อนจะกระโดดโหยงไปตั้งหลัก
“อ้อ...ที่แท้ก็พ่อหนุ่ทอาวุธลับของวองโกเล่นี่เอง” เจ้าชายน้อยยิ้มแสยะ มีเหยื่ออีรายมาให้เชือดถึงที่อิตาลีเลยหรือ
เบลความหามีดที่ซ่อนไว้ แต่ต้องเบ้หน้าเมื่อหาไม่เจอ
“หานี่อยู่หรือไง” ฮิบาริอวดใบมีดเหล็กกองโตกับเส้นลวดเส้นบางที่เขาค้นมาจากตัวของเจ้าชายจอมสับ
“เอามาคืนนะ” เบลกระโจนใส่ฮิบาริ แต่ถูกร่างที่มีความสูงแทบไม่ต่างกันคว้าที่ลำคอ แล้วชูให้สูงจากพื้น
“ไม่คืนหรอก นายจะได้ถูกฉันซัดง่ายขึ้นไง” ฮิบาริพูดเสียงเหี้ยม ก่อนจะขว้างร่างสูงโปร่งของเด็กชายลงกับเตียงนอนนุ่ม
“แกจะทำอะไรเจ้าชายน่ะ!!” เบลโวยวายเหมือนติดนิสัยมาจากสควอโล่
ฮิบาริมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้าเฉยชา ก่อนจะผลักร่างบางให้ล้มลงแล้วกระชากผ้าห่มอุ่นมาห่มให้
“หึ... เก่งแต่ปากเหมือนเดิมเลยนะ หัดดูสภาพตัวเองหน่อยสิ” ฮิบาริหมายถึงหน้าซีดๆของเบล
เจ้าชายน้อยสงบลงบ้างแม่ในใจจะยังเคืองๆอยู่
เสียเลือดแค่นี้เจ้าชายนอนหลับวันเดียวก็หาย สควอโล่มาแบกเจ้าชายกลับตอนเช้าบ่อยๆ
แต่ว่าเห็นหน้าบูดๆของหมอนี่แล้วมันน่าอารมณ์เสีย เจ้าอาวุธลับนี่คงจะเป็นหนึ่งในของหายากไม่กี่อย่างที่ทำให้เจ้าชายหมดสนุก
“นี่!ทำไมไม่ยิ้มล่ะ ทำหน้าบึ้งไปได้ ไม่มีความสุขหรือไง” เด็กชายที่นอนอยู่บนเตียงถามขึ้น น้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดลอยมาจากริมฝีปากที่โงขึ้นจนใกล้จะเป็นรอยยิ้มถาวรอยู่แล้ว ฮิบาริอดไม่ได้ที่จะพิจารณาใบหน้าไร้เดียงสากับรอยยิ้มกว้างนั่น
นายยิ้มอะไรของนายล่ะ ฉีกไปอย่างไร้จุดหมายงั้นหรือ
“แล้วนายยิ้มเพราะมีความสุขหรือเปล่า” ฮิบาริถามคำถามที่ทำให้เบลถึงกับนิ่งคิด
“ม...มีสิ เจ้าชายมีความสุขจะตาย” เจ้าชายน้อยละล่ำละลัก
“คนที่มีความสุขเขาไม่เชือดข้อมือตัวเองเล่นหรอก”
อีกแล้วนะ...นายทำให้เจ้าชายคิดได้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกว่าคนที่มองทุกอย่างออกยังมีคนที่มองคนๆนั้นอย่างทะลุปรุโปร่ง
“สัญญากับฉันสิว่าจะไม่ทำอีก” ฮิบาริกล่าวเสียงเย็น ไอ้เจ้าชายนี่ แกเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฉันรู้สึกสงสาร เป็นไม่กี่คนที่แปดเปื้อนด้วยสีดำยิ่งกว่าฉัน โดดเดี่ยวอ้างว้างกว่าใคร
เคยคิดกันบ้างไหม
เมฆาที่ล่องลอยอย่างเดียวดายนั้นไปได้เพราะใครกัน นอกจากสายลมที่คอยับความหวังจากใครๆ
“ให้กรีดเลือดสาบานไหม” เจ้าชายยิ้มเผล่ ไอ้เจ้าชายโรคจิตบ้าคลั่งเลือดนี่เทาเอาฮิบาริอยากเอาทอนฟาตั๊นหน้าสักที
พวกสัตว์กินเนื้อเหมือนๆกัน แต่ดันทำตัวอ่อนนี่มันน่านัก
ฮิบาริก้มตัวลง ริมฝีปากบางสัมผัสหน้าผากของคนบนเตียงเบาๆ
แทนคำสัญญาแล้วกัน
...
เล็กๆน้อยๆจากเจ้าชาย
เอ๋...
เมื่อกี๊เจ้าอาวุธลับของวองโกเล่จูบเจ้าชายเหรอ เจ้าบ้านี่หน้าตึงมือถึงดีชะมัด
ถูกของมันแฮะ เจ้าชายจะมีความสุขไดอย่างไรในเมื่อยังมีพันธะกับพี่ชายอยู่
สลายพันธะนั่นแล้วหลงเหลือแต่เส้นใยโยงถึงกันบางๆ
ง่ายจะตายไปใช่ไหมล่ะ
แต่เจ้าชายไม่ยอมหรอกนะ เจ้าชายอยากหอมแก้มฮิบาริบ้างนี่นา มาให้เจ้าชายเอาคืนเดี๋ยวนี้
...
จบเหอะ